; โรงพยาบาลแมคคอร์มิค เชียงใหม่ McCormick Hospital ChiangMai : ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก

มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate cancer)

        มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่พบได้ในผู้ชายโดยเฉพาะผู้ชายสูงวัยที่เริ่มเข้าสู่วัยชรา เป็นมะเร็งที่พัฒนาในระบบสืบพันธุ์ของเพศชาย  มักเป็นมะเร็งที่ซ่อนเร้น ไม่ปรากฎอาการในระยะแรก ๆ  มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุ มะเร็งที่คร่าชีวิตผู้ชายรองจากมะเร็งปอด ตามสถิติจากสถาบันมะเร็งของสหรัฐอเมริกาพบว่า 1 ใน 6 ของผู้ชายมีการตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากและ 1 ใน 35 เสียชีวิตจากโรคนี้

        แต่พบว่ามะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นมะเร็งที่พัฒนาตัวช้ากว่ามะเร็งที่อวัยวะอื่น ๆ ซึ่งแปลว่า หากมีการตรวจพบก่อน และรักษาในช่วงแรก ๆ โอกาสการเสียชีวิตก็จะน้อยลง

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมาก

        1. อายุ โรคมะเร็งต่อมลูกหมากพบได้น้อยมากในผู้ชายที่มีอายุน้อยกว่า 45 ปี แต่จะพบได้มากขึ้นในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
        2. ประวัติครอบครัว ผู้ที่มีประวัติบิดาหรือพี่น้องที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากสูงกว่าคนทั่วไป
        3. เชื้อชาติ พบไม่บ่อยในชาวเอเชียแต่พบมากในอเมริกา
        4. อาหารที่มีไขมันสูง เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนผักและผลไม้ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
        5. ผู้ที่สูบบุหรี่  มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก

อาการของมะเร็งต่อมลูกหมาก

        ผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการแสดงในระยะแรก ๆ แต่หากมีอาการ ผู้ป่วยมักจะแสดงอาการคล้ายกับอาการโรคต่อมลูกหมากโต เช่น               

        1. ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะเวลากลางคืน
        2. ปัสสาวะลำบากและเจ็บปวดเวลาถ่ายปัสสาวะ
        3. ปัสสาวะไม่พุ่ง
        4. อวัยวะเพศแข็งตัวยาก
        5. เวลาหลั่งเมื่อถึงจุดสุดยอดจะปวด
        6. มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ น้ำอสุจิ

        อาการต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะเกิดในผู้ป่วยที่ต่อมลูกหมากโตหรือต่อมลูกหมากอักเสบ

การวินิจฉัย

        1. การเจาะเลือดเพื่อหาสารบ่งชี้มะเร็ง สารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมากที่สำคัญ คือ การตรวจ PSA ซึ่งสารชนิดนี้จะถูกผลิตออกมามากกว่าปกติ ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก จึงสามารถวัดค่า PSA ได้โดยการเจาะเลือด ในคนปกติค่า PSA จะอยู่ในระดับ 0 - 4 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร ค่านี้อาจสูงขึ้นตามอายุ หรือ ขนาดของต่อมลูกหมาก
        2. การตรวจ U/S (อัลตราซาวด์) ของต่อมลูกหมากทางทวารหนัก เป็นการตรวจโดยใช้คลื่นเสียง โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือสอดเข้าทางทวารหนัก เพื่อตรวจประเมินต่อมลูกหมาก
        3. การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก แพทย์จะทำการตรวจต่อมลูกหมาก โดยใช้นิ้วสอดเข้าไปทางรูทวารหนัก เพื่อตรวจคลำขนาดรูปร่าง และความยืดหยุ่นของต่อมลูกหมาก หากเป็นมะเร็งอาจคลำได้ก้อนแข็ง การคลำต่อมลูกหมากทางทวารหนักเป็นการตรวจประเมินร่วมกับค่า PSA
        4. การตัดชิ้นเนื้อ เมื่อแพทย์ตรวจพบก้อนเนื้อที่สงสัยและมีค่า PSA สูงขึ้นเมื่อติดตามเป็นระยะ แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อจากต่อมลูกหมาก เพื่อนำชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาดูว่า เป็นมะเร็งจริงหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะตัดชิ้นเนื้อของต่อมลูกหมากขณะที่ทำการตรวจต่อมลูกหมากด้วยอัลตราซาวนด์ทางทวารหนัก

ระยะของโรค

        ระยะที่ 1 มะเร็งมีขนาดเล็ก อยู่ในต่อมลูกหมาก การตรวจทางทวารหนักมักไม่ค่อยพบ

        ระยะที่ 2 มะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ยังอยู่ในต่อมลูกหมาก สามารถคลำพบโดยการตรวจทางทวารหนัก

        ระยะที่ 3 มะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น จนอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ และกระจายออกนอกต่อม สามารถคลำพบโดยการตรวจทางทวารหนัก

        ระยะที่ 4 มะเร็งลุกลามไปสู่ต่อมน้ำเหลือง หรือลุกลามไปกระดูกและอวัยวะอื่น ๆ

การรักษา

        1. การผ่าตัด  การผ่าตัดเป็นการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรก ๆ ที่ดีที่สุดเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อายุไม่มาก และมีสุขภาพแข็งแรง ผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรก ๆ สามารถหายขาดได้ โดยการผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดก็จะต้องคำนึงถึงอายุของผู้ป่วย  แพทย์จะใช้ดุลยพินิจในการเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผู้ป่วย ผลเสียของการผ่าตัดต่อมลูกหมากคือ อาจจะสูญเสียความสามารถในการแข็งตัวของอวัยวะเพศหลังผ่าตัด และบางรายการควบคุมการปัสสาวะจะเสียไป

        2. การฉายรังสี  การรักษาโดยการฉายรังสีนั้น เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากในบางราย เช่น ในรายผู้ป่วยสูงอายุ หรือในรายที่มีโรคแทรกซ้อน เช่น หัวใจซึ่งไม่เหมาะสมที่จะรักษาโดยการผ่าตัด หรือฮอร์โมน

        3. การรักษาโดยฮอร์โมน เหมาะสำหรับมะเร็งต่อมลูกหมากที่อยู่ในระยะที่ 3 - 4 หรือมีการกระจายไปแล้วนั้น เนื่องจากต่อมลูกหมากโดยปกติเจริญเติบโตอาศัยฮอร์โมนเพศชาย เช่น testosterone มะเร็งต่อมลูกหมากก็เช่นเดียวกัน เมื่อเอาแหล่งต้นตอของฮอร์โมนเพศชายออก ก็จะช่วยทำให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลง ไม่โตขึ้นอีก ซึ่งสามารถทำได้โดยการผ่าตัดเอาลูกอัณฑะออกทั้ง 2 ข้าง หรือใช้ยาต้านฮอร์โมนเพศชาย การรักษาด้วยฮอร์โมนนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระยะสุดท้าย หรือในรายที่กลับมาเป็นอีกหลังจากรับการรักษาด้วยการฉายแสงแล้ว

วิธีการฟื้นฟูร่างกายจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

        1. ดูแลด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจ ช่วยผู้ป่วยลดความอึดอัดใจและคลายความวิตกกังวล ให้กำลังใจผู้ป่วย
        2. ดูแลทางด้านโภชนาการและลำไส้ เพื่อลดอาการท้องผูกที่จะเกิดขึ้นหลังผ่าตัด ควรจัดให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารรสอ่อน ย่อยง่าย รับประทานผักและผลไม้ที่มีส่วนประกอบของไฟเบอร์สูง ดื่มน้ำมาก ๆ ห้ามทานของเผ็ดหรือมีรสจัด เพื่อป้องกันไม่ให้ท้องผูก
        3. ติดตามพบแพทย์เป็นระยะ เพื่อดูค่า PSA และประเมินผลแทรกซ้อนอื่น ๆ