; โรงพยาบาลแมคคอร์มิค เชียงใหม่ McCormick Hospital ChiangMai : โรคที่หนูน้อยควรระวัง

โรคที่หนูน้อยควรระวัง

โรคพิษสุนัขบ้า

        โรคพิษสุนัขบ้าหรือ โรคกลัวน้ำ เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งชื่อว่า เรบี่ส์ (Rabies) ซึ่งทำให้เกิดโรคในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สุนัขและแมวเป็นสัตว์แพร่เชื้อโรคพิษสุนัขบ้าที่สำคัญที่สุดมาสู่มนุษย์

        คนที่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า เชื้อไวรัสจะทำลายระบบประสาททำให้มีอาการปวดเมื่อย เพลีย มีไข้ ปวดศรีษะ กลัวน้ำ กลัวลม  กระสับกระส่าย มีอาการทางระบบประสาทเป็นอัมพาตและเสียชีวิตในที่สุด ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคพิษสุนัขบ้าได้  หากติดเชื้อแล้วไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีหรือปล่อยทิ้งไว้จะเสียชีวิตทุกราย
  • คนติดโรคพิษสุนัขบ้าจากทางใด : จากการสัมผัสสัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า  เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอกที่ถูกสัตว์กัด ข่วน หรือ โดนน้ำลายจากสัตว์เลีย ทั้งบริเวณริมฝีปากหรือ เยื่อบุตา
  • รู้ได้อย่างไรว่าสัตว์เป็นโรคพิษสุนัขบ้า : สัตว์จะมีอาการหงุดหงิด ตื่นเต้น วิ่งพล่าน ไล่กัดคนและสัตว์อื่น ๆ อย่างดุร้าย  ถ้าเป็นสุนักจะดุร้าย 2 - 3 วัน หลังจากนั้นจะอ่อนเพลีย ขาหลังไม่มีแรง เดินโซเซและตายในที่สุด
  • จะปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างไร  ควรหลีกห่างจากสุนัขจรจัด ส่วนสัตว์เลี้ยงในบ้านให้นำไปฉีดวัคซีนสัตว์ทุก ๆ ปี อีกประการคือ ในคน สามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคแบบล่วงหน้าก่อนถูกสัตว์กัด ซึ่งปัจจุบันวัคซีนมีความปลอดภัยสูงและประสิทธิภาพดี
        ข้อควรปฏิบัติเมื่อถูกสัตว์กัด ข่วน เลีย

        1. ล้างแผลด้วยน้ำและสบู่หลาย ๆ ครั้ง โดยให้น้ำไหลผ่านมาก ๆ และทายาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดนไอโอดีน หรือ แอลกอฮอล์
        2. จดจำสัตว์น้ำให้ได้ เพื่อสืบหาเจ้าของและสอบถามประวัติความเสี่ยงต่อโรคพิษสุนัขบ้า
        3. ไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการดูแลที่ถูกต้อง ซึ่งแพทย์จะฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและเซรุ่มตามความเหมาะสม


โรคมือเท้าปากเปื่อย
  • เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็กเล็กต่ำกว่า 5 ปี  พบมากช่วงหน้าฝน  เด็กจะมาด้วยไข้ ร่วมกับมีผื่นเป็นตุ่มน้ำใสในช่องปากฝ่ามือและฝ่าเท้า
  • สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยได้รับไวรัสเข้าสู่ปากโดยตรง โดยไวรัสอาจติดมากับมือ หรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย
  • ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง เด็กจะเริ่มมีไข้ อ่อนเพลีย ต่อมามีอาการเจ็บปาก ไม่ยอมทานอาหาร จะสังเกตุพบตุ่มแดงบริเวณลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม  ต่อมาตุ่มจะพองใสและแตกเป็นแผลตื้นและยังพบตุ่มลักษณะนี้บริเวณฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า  ตุ่มนี้จะหายได้เองในเวลา 7 - 10 วัน
  • โรคนี้ยังไม่มียารักษาเฉพาะ แต่จะให้ยาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ควรให้เด็กได้รับสารน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องกันการขาดน้ำ ในเด็กที่เจ็บปากมากอาจแนะนำให้ทานอาหารเหลวและเย็นเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปาก
  • ตามปกติเป็นโรคที่ไม่รุนแรง แต่เชื้อไวรัสบางชนิดอาจทำให้มีอาการรุนแรงได้ จึงควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากพบมีไข้สูงลอย ซึม รับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียนบ่อย หายใจหอบ  แขนขาอ่อนแรง ควรรีบพามาพบแพทย์ทันที
  • โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่ป้องกันด้วยรักษาสุขอนามัย ควรตัดเล็บให้สั้น หมั่นล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะหลังขับถ่ายและก่อนรับประทานอาหาร