; นวัตกรรมใหม่ Bi-Plane Angiography รักษาโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โดยไม่ต้องผ่าตัด -โรงพยาบาลแมคคอร์มิค เชียงใหม่ McCormick Hospital ChiangMai
นวัตกรรมใหม่ Bi-Plane Angiography รักษาโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โดยไม่ต้องผ่าตัด

นวัตกรรมใหม่ Bi-Plane Angiography รักษาโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โดยไม่ต้องผ่าตัด

ทำความรู้จักเทคโนโลยี Bi-Plane Angiography นวัตกรรมการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจที่มีความแม่นยำสูง แผลเล็ก ฟื้นตัวไว โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิด แนะนำโดยศูนย์รังสีร่วมรักษาหัวใจและระบบประสาท

นวัตกรรมใหม่ Bi-Plane Angiography

รักษาโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

โรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นภาวะที่ต้องการความแม่นยำและรวดเร็วในการรักษา ปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ทำให้การรักษาโรคที่ซับซ้อนเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการผ่าตัดใหญ่เสมอไป ด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Bi-Plane Angiography หรือ เครื่องเอกซเรย์ตรวจสวนหลอดเลือดชนิดระนาบสองหัว ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ที่มอบความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพให้กับผู้รับบริการ

Bi-Plane Angiography คืออะไร?

เครื่อง Bi-Plane Angiography คือเทคโนโลยีเอกซเรย์ขั้นสูงที่ถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายภาพหลอดเลือดในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณสมองและหัวใจ จุดเด่นคือสามารถถ่ายภาพหลอดเลือดได้พร้อมกัน 2 มุมมอง (ด้านหน้าและด้านข้าง) ในเวลาเดียวกัน ทำให้แพทย์มองเห็นภาพโครงสร้างหลอดเลือดแบบ 3 มิติ (3D) ได้อย่างชัดเจนและเรียลไทม์ ซึ่งช่วยลดปริมาณรังสีและสารทึบรังสีที่ผู้รับบริการต้องได้รับเมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นทั่วไป

รักษาโรคหลอดเลือดสมองโดย "ไม่ต้องผ่าตัด" ทำได้อย่างไร?

หลายท่านอาจสงสัยว่า หากไม่ผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะหรือเปิดหน้าอก แพทย์จะทำการรักษาได้อย่างไร?

การรักษาด้วยเทคโนโลยี Bi-Plane จะใช้หลักการ "การรักษาผ่านสายสวนหลอดเลือด" (Endovascular Treatment) โดยแพทย์เฉพาะทางจะทำการเจาะรูเล็กๆ (ขนาดประมาณ 2-3 มิลลิเมตร) บริเวณหลอดเลือดที่ขาหนีบ หรือข้อมือ จากนั้นจะค่อยๆ สอดสายสวนขนาดจิ๋วเข้าไปตามหลอดเลือด

ในระหว่างนี้ เครื่อง Bi-Plane จะทำหน้าที่เปรียบเสมือนระบบนำทางที่มีความแม่นยำสูง เพื่อให้แพทย์สอดสายสวนไปถึงจุดที่เกิดความผิดปกติได้อย่างปลอดภัย และสามารถทำหัตถการได้ทันที เช่น:

  • กรณีหลอดเลือดอุดตัน: สอดสายสวนเข้าไปเพื่อดูด หรือลากลิ่มเลือดที่อุดตันออกมา เพื่อคืนการไหลเวียนของเลือด
  • กรณีหลอดเลือดโป่งพอง: สอดขดลวดขนาดจิ๋ว (Coil) เข้าไปอุดรอยโป่งพอง เพื่อลดความเสี่ยงในการแตก

กลุ่มโรคที่รองรับการตรวจและรักษาด้วย Bi-Plane

  • โรคหลอดเลือดสมองตีบ แตก หรืออุดตัน (Stroke)
  • โรคเส้นเลือดสมองโป่งพอง (Cerebral Aneurysm)
  • ความผิดปกติของหลอดเลือดสมองแต่กำเนิด
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ และภาวะความผิดปกติของหลอดเลือดในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

ข้อดีของการรักษาด้วยเทคโนโลยี Bi-Plane

  1. แผลเล็ก เจ็บน้อย: ผู้รับบริการจะมีเพียงรอยแผลขนาดเล็กบริเวณที่เจาะสายสวนเท่านั้น
  2. ความแม่นยำสูง: ภาพ 3 มิติที่ชัดเจนช่วยให้แพทย์ประเมินและทำการรักษาได้อย่างตรงจุด
  3. ฟื้นตัวไว: ร่างกายบอบช้ำน้อย ใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลไม่นาน จึงสามารถกลับไปดูแลสุขภาพและใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วยิ่งขึ้น
  4. ลดความเสี่ยง: ลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการผ่าตัดใหญ่ หรือการดมยาสลบเป็นเวลานาน

ศูนย์รังสีร่วมรักษาหัวใจและระบบประสาท (Center of Interventional Cardiology and Neurology) มุ่งมั่นที่จะมอบการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมดูแลคุณอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดหมายปรึกษาแพทย์: ศูนย์รังสีร่วมรักษาหัวใจและระบบประสาท (Center of Interventional Cardiology and Neurology)

 โทร. 053-921777 ต่อ 1524