; โรงพยาบาลแมคคอร์มิค เชียงใหม่ McCormick Hospital ChiangMai : แนะนำโรงพยาบาลแมคคอร์มิค

ประวัติการก่อตั้งโรงพยาบาลแมคคอร์มิค

  ในปี พ.ศ.2410 ศาสนาจารย์ดานิเอล แมคกิลวารี (Rev.McGilvary) มิชชันนารีชาวอเมริกัน เพรสไบทีเรียน นิกายโปรแตสแตนต์ ได้เดินทางมาที่ภาคเหนือของประเทศไทยเพื่อเผยแพร่พระ กิตติคุณขององค์พระเยซูคริสต์ที่จังหวัดเชียงใหม่และได้พบผู้เจ็บป่วยมากมาย จึงแบ่งปันยารักษา โรคที่นำติดตัวมา แจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านที่เจ็บป่วย พร้อมทั้งแนะนำความรู้ด้านสาธารณสุขแก่ชาวบ้าน

  ต่อมาในปี พ.ศ.2415 คณะเพรสไบทีเรียนได้ส่งแพทย์มิชชันนารีหลายท่าน เช่น นายแพทย์ วรูแมน (Dr.Charles Vrooman), นายแพทย์ชีค (Dr.M.A Cheek), นายแพทย์แครี่ (A.M.Carey) มาเริ่มให้บริการรักษาพยาบาลแก่ผู้เจ็บป่วย โดยศาสนาจารย์แมคกิลวารีได้เปิดสถานจำหน่ายยา แผนปัจจุบันขึ้นบริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีกาชาดจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน ซึ่งสถานจำหน่ายยานั้นเป็นที่ไว้วางใจและได้เป็นที่พึ่งของชาวบ้านที่เจ็บป่วยเป็นอย่างมาก

  ปี พ.ศ.2430 คณะกรรมการกลางเพรสไบทีเรียนในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติเงินจำนวน 10,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อก่อสร้างโรงพยาบาลที่จังหวัดเชียงใหม่โดยปรับปรุงบริเวณสถานที่ จำหน่ายยาดังกล่าวให้เป็นสถานพยาบาลที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนใช้ชื่อว่า "โรงพยาบาลอเมริกัน มิชชั่น" (American Mission Hospital) ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของโรงพยาบาลแมคคอร์มิค จาก บันทึกรายงานประจำปีของคณะมิชชันนารีถึงคณะกรรมการกลางเพรสไบทีเรียนประเทศสหรัฐ อเมริกา มีความตอนหนึ่งกล่าวว่า โรงพยาบาลได้ทำการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยในปีพุทธศักราช 2431 ไปมากกว่าสิบราย

  พ.ศ.2432 นายแพทย์แมคเคน (Dr.James W. McKean) แพทย์มิชชั่นนารีชาวอเมริกันได้เดินทาง มาทำงานประจำที่โรงพยาบาล และในปี พ.ศ.2451 แพทย์มิชชั่นนารีผู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ โรงพยาบาลแมคคอร์มิค คือ นายแพทย์ อี. ซี. คอร์ท (Dr.Edwin Charles Cort) ได้เดินทางมาประจำ ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ และนายแพทย์แมคเคนได้แยกไปสร้างนิคมโรคเรื้อนแมคเคน (McKean Leprosy Asylum) ที่บริเวณเกาะกลาง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้การรักษาผู้ป่วยโรคเรื้อนซึ่งมีเป็น จำนวนมาก ในเวลานั้น นายแพทย์ อี. ซี. คอร์ท หรือที่ชาวบ้านเรียกขานว่า "พ่อเลี้ยงคอร์ท" ได้ทำงาน พันธกิจการบำบัดรักษาโดยทุ่มเทกำลังสติปัญญากำลังกายอย่างสุดจิตสุดใจ จึงเป็นที่รักที่เคารพยกย่อง นับถือของชาวบ้านตลอดจนเจ้านายและข้าราชการในเขตภาคเหนือแถบนี้เป็นอย่างยิ่ง ทำให้มีผู้มารับการ รักษาพยาบาลเป็นจำนวนมากจนโรงพยาบาลมีสถานที่ไม่เพียงพอ

  เมื่อนายแพทย์ อี. ซี. คอร์ท เดินทางกลับไปพักผ่อนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านมีโอกาสได้ พบนางไซรัส แมคคอร์มิค (Mrs.Cyrus McCormick) มหาเศรษฐีนีในวงการอุตสาหกรรมและ เกษตรกรรม ซึ่งได้บริจาคเงินจำนวน 30,000 เหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 6-7 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปัจจุบัน) เพื่อเป็นทุนในการก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ นายแพทย์ อี. ซี. คอร์ท จึงก่อสร้าง โรงพยาบาลแห่งใหม่ขึ้นกลางผืนนาทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลแมคคอร์ มิคในปัจจุบัน และให้ชื่อโรงพยาบาลที่สร้างใหม่นี้ว่า "โรงพยาบาลแมคคอร์มิค" (McCormick Hospital) เพื่อเป็นเกียรติแก่นางไซรัส แมคคอร์มิค โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงอดิศรอุดม เดชเป็นผู้ทำพิธีวางศิลาหัวมุม (Corner Stone) เมื่อปี พ.ศ.2463 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี นับว่าเป็นโรงพยาบาลที่ทันสมัยที่สุด พรั่งพร้อมด้วยเวชภัณฑ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์จากสหรัฐ อเมริกา และเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ซึ่งมีจำนวนเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนได้ถึง 100 เตียง

  วันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2467 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุน สงขลานครินทร์ (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก องค์พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย) พร้อมด้วยหม่อมสังวาล (สมเด็จพระศรีนครินทรา พระบรมราชชนนี) และพระราชชายาเจ้าดารารัศมี พระราชชายาในสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ เป็นองค์ประธาน ในพิธีเปิดโรงพยาบาลแมคคอร์มิค ณ ตำแหน่งที่สร้างขึ้นใหม่ อันเป็นที่ตั้งในปัจจุบัน

  ปี พ.ศ.2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรี พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ได้เสด็จฯ ประพาสจังหวัด เชียงใหม่และเสด็จฯ เยี่ยมโรงพยาบาลแมคคอร์มิค

  ปี พ.ศ.2472 สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ได้เสด็จฯ และทรงเปิดตึก ณ เชียงใหม่ ซึ่งพระราชชายาเจ้าดารารัศมี พระราชชายาในพระ บาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยเจ้าแก้วนวรัฐผู้ครองนครเชียงใหม่ ได้เป็นองค์ประธานบริจาคทรัพย์ในการสร้างเพื่อใช้เป็นอาคารตรวจ รักษาผู้ป่วยนอกในสมัยนั้น และในระยะเวลาใกล้เคียงกัน สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาพระบรมราชเทวี (สมเด็จพระศรีสวรินทราพระบรมราชเทวี พระ พันวสาอัยยิกาเจ้า) ได้เสด็จฯ ทรงเปิดตึกสูติกรรม ซึ่งได้บริจาคทรัพย์สร้างโดยหลวงอนุสารสุนทรและนางคำเที่ยง ชุติมา

   เมื่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) ทรง สำเร็จแพทยศาสตร์บัณฑิตเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว พระองค์ได้เสด็จฯ มา ทรงงานแพทย์ที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิคเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ.2472 เยี่ยงแพทย์สามัญทั่วไป และพระองค์ได้ เสด็จฯ กลับกรุงเทพฯ เพื่อเข้าร่วมพิธีถวายพระเพลิงสมเด็จฯ กรมพระยาภาณุพันธ์วรเดช โดยมีพระประสงค์ที่จะเสด็จฯ กลับมาทรงงานที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิคอีกภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ แต่อย่างไรก็ตามพระองค์ไม่ได้เสด็จกลับมาทรง งานอีกเนื่องจากทรงประชวรและเสด็จทิวงคตเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2472 อันเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของ วงการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศไทย แม้ว่าระยะเวลาที่พระองค์ทรงงานที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิคนั้นจะเป็น เวลาสั้นๆ แต่ด้วยพระเมตตาคุณและพระกรุณาธิคุณที่พระองค์ได้ทรงอุทิศด้วยความเสียสละ ทรงดูแลวินิจฉัยและให้ การรักษาแก่ผู้เจ็บป่วยที่ทุกข์ยากอย่างไม่ถือพระองค์ รวมไปถึงญาติผู้ป่วย บุคลากรที่ร่วมงานและประชาชนทุกหมู่ เหล่าได้เป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจนยิ่ง และชาวล้านนาได้สำนึกในพระกรุณาธิคุณและพระเมตตาคุณและพร้อมใจกัน ทูลถวายพระสมัญญานามว่า "หมอเจ้าฟ้า"

   ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างตึกผู้ป่วยชื่อว่า "ตึกมหิดล" ในครั้งนั้นได้มีชาวล้านนาเป็นจำนวนมากได้ร่วมถวายทรัพย์โดยเสด็จฯ พระราชกุศลด้วยความสำนึกใน พระกรุณาธิคุณและพระเมตตาคุณอย่างล้นพ้นในองค์ "หมอเจ้าฟ้า" ซึ่งตึกมหิดลนี้ พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาทิตยทิพอาภา ผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์ ได้เสด็จฯ ทรงเปิดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2484

   ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ปี พ.ศ.2485 ถึง พ.ศ.2489 รัฐบาลไทยได้เข้าควบคุมกิจการของโรงพยาบาลแมคคอร์มิคและเปลี่ยนชื่อเป็น "โรง พยาบาลเสรีเริงฤทธิ์" ใช้เป็นโรงพยาบาลสนาม เมื่อสงครามโลกสงบลง รัฐบาลไทยจึงส่งมอบโรงพยาบาลคืนให้กับคณะมิชชั่นนารีดำเนินการต่อไปเมื่อ เดือนมีนาคม พ.ศ.2489 และใช้ชื่อ "โรงพยาบาลแมคคอร์มิค" ดังเดิม

   ปี พ.ศ.2492 นายแพทย์ อี. ซี. คอร์ท พร้อมทั้งครอบครัว ซึ่งได้ทำงานอยู่ในแผ่นดินล้านนาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี ได้เกษียณอายุการทำงานและ เดินทางกลับประเทศสหรัฐอเมริกา คณะมิชชั่นนารีเพรสไบทีเรียนจึงมอบโรงพยาบาลแมคคอร์มิคและกิจการทั้งหมดให้แก่มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรใน ประเทศไทยเป็นผู้ดูแลต่อ นับแต่นั้นเป็นต้นมา โรงพยาบาลแมคคอร์มิคจึงอยู่ภายใต้การรับผิดชอบของคนไทยมาจนปัจจุบัน

   ปี พ.ศ.2535 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรี นฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระกรุณาและพระบรมราชานุญาตให้รื้อ "ตึก มหิดล" หลังเดิม และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างตึกมหิดลหลังใหม่ขึ้นในตำแหน่งเดิม โดย พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ในพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ เป็นจำนวนหนึ่งล้านบาทเป็นทุนประเดิม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานทรัพย์จำนวนห้าพันบาทโดยเสด็จพระราชกุศล สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยา ณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์พระราชทานเงินจาก "ทุนการกุศลสมเด็จย่า" จำนวนเงิน หกแสนบาทและจาก "ทุนการกุศล ก.ว." จำนวนเงินสี่แสนบาทโดยเสด็จพระราชกุศล และยังทรง พระกรุณารับการก่อสร้างตึกมหิดลไว้ในพระอุปถัมภ์ และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิด "ตึกมหิดล" หลังใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2535

  โรงพยาบาลแมคคอร์มิค ได้มีการพัฒนาเรื่อยมาและสร้างตึกผู้ป่วยพระพร ตึกอาคารตรวจผู้ป่วยเด็ก เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้มารับบริการ โดยปัจจุบันโรงพยาบาลแมคคอร์มิค ได้รับอนุญาตให้เป็นโรงพยาบาลทั่วไปและมีเตียงรองรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนจำนวน 400 เตียง

พันธกิจและวิสัยทัศน์

แผนยุทธศาสตร์โรงพยาบาลแมคคอร์มิค
McCormick Hospital Strategic Plan

พันธกิจ

ประกาศพระกิตติคุณพระเจ้าผ่านการรักษาพยาบาลอย่างมีคุณภาพด้วยความรัก

ตามแบบพระเยซูคริสต์โดยไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนา และ ฐานะทางเศรษฐกิจ

วิสัยทัศน์

เป็นโรงพยาบาลแห่งการเยียวยารักษาด้วยหัวใจ

มุ่งมั่นดูแลแบบครอบครัวแมคคอร์มิค อย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน

ค่านิยมหลัก

MAKES GOOD CARE, CHRIST CENTERED, HUMANIZED CARE

ให้การรักษาและบริการที่ดี ตามอย่างพระคริสต์ ดูแลชีวิตแบบองค์รวม

เข็มมุ่ง 2017 – 2018

“บริการฉับไว ความปลอดภัยเป็นเลิศ”

คณะผู้บริหาร

รางวัลคุณภาพโรงพยาบาล

ได้รับการรับรองคุณภาพโรงพยาบาล Hospital Accreditation (HA)
ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001 : 2008
ได้รับ HIGH QUALITY DENTAL CLINIC CHIANG MAI รางวัล "คลินิกทันตกรรมคุณภาพ" ปี จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่
ได้รับการรับรองคุณภาพห้องปฏิบัติการ Laboratory Accreditation (LA) ปี 2015 - 2018
รางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงานระดับประเทศ ติดต่อกันปีที่ 13 ประเภทรางวัลต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป "ระดับทอง" พ.ศ. 2547-2559 จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน
รางวัล Zero-Accident ประจำปี 2559 "ระดับเงิน" สถานประกอบกิจการที่ไม่มีอุบัติเหตุจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน ตามโครงการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2559 โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน
รางวัลการใช้สินไหมอัตโนมัติดีเด่น e-Claim Awards 2013 สถานพยาบาลที่มีการบันทึกข้อมูลในระบบสินไหมอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าสามพันข้อมูล ดีเด่นอันดับ 1 ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2557

พิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้า

โครงการพิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้า

ในความรับผิดชอบของโรงพยาบาลแมคคอร์มิค มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย

ณ ที่นี้ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกได้ประทับที่ บ้านพักของนายแพทย์เอ็ดวิน ชารลส์ คอร์ท ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการ โรงพยาบาลแมคคอร์มิค โดยนายแพทย์เอ็ดวิน ชารลส์ คอร์ท ได้จัดชั้นบนให้เป็นที่ ประทับของพระองค์ท่าน โดยมีมิสซิสมาร์เบล คอร์ท ภริยาของท่าน เป็นผู้ถวายการ ดูแลที่ประทับ รวมถึงเครื่องเสวยทุกมื้อให้แก่พระองค์ท่านเป็นอย่างดียิ่ง

มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระองค์ท่านที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย จึงได้มีมติที่ ส.-ด.412/2014 เห็นชอบให้ โรงพยาบาลแมคคอร์มิคดำเนินการโครงการพิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้า โดยทำการบูรณะ อาคารบ้านพักนายแพทย์ เอ็ดวิน ชารลส์ คอร์ท เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเพียงแห่งเดียว ในประเทศไทย ที่จัดแสดงพระราชประวัติอันงดงามเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในการ ทรงงานแพทย์ อีกทั้งเป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน ที่ทรงเป็นแบบอย่างใน การเสียสละ ทุ่มเทพระวรกายในการดูแลรักษาผู้ป่วยสามัญชนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ เป็นแรงบันดาลใจให้แก่อนุชนรุ่นหลังในการดำเนินชีวิต และปฏิวัติวิชาชีพในด้าน มนุษยธรรมต่อไป

วัตถุประสงค์

1. เพื่อน้อมรำลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เทิดทูน พระราชกรณียกิจในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุยเดช วิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์แผน ปัจจุบันและการสาธารณสุขไทย
2. เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ การ พยาบาล การสาธารณสุข และวิทยาศาสตร์สุขภาพใน ประเทศไทย ในการปฏิบัติวิชาชีพตามรอยเบื้องพระยุคลบาท
3. เพื่อแสดงเรื่องราวพันธกิจของมิชชันนารีและโรงพยาบาล แมคคอร์มิคด้านการแพทย์สมัยใหม่ ในอดีต

งบประมาณการดำเนินการ

งบประมาณโครงการพิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้า ทั้งสิ้น 35 ล้านบาท

ระยะเวลาการดำเนินงาน

เดือนสิงหาคม พ.ศ.2557 - เดือนมกราคม พ.ศ.2561

ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนสร้าง

"พิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้า"
โดย โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ
โครงการพิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้า (โรงพยาบาลแมคคอร์มิค)
บัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลแมคคอร์มิค
เลขที่บัญชี 731-2-25078-3
หรือ กองทุนพิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้า ศิริราชมูลนิธิ
โรงพยาบาลศิริราช รหัสกองทุน D3561
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์ : 053 921749 , 089 6331213
โทรสาร : 053 921746

หมายเหตุ : เพื่อสะดวก ถูกต้อง และรวดเร็วในการออกใบเสร็จ
กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินไปที่
ฝ่ายการเงินโรงพยาบาลแมคคอร์มิค
โทรศัพท์ 053-921749, 089-6331213, โทรสาร 053-921746
หรือ E-mail : acc_mccormick@hotmail.com
หรือ Facebook : www.facebook.com/doctorprincemuseum/
หรือ LINE ID : oithip1749 หรือ ทางไปรษณีย์


พระราชประวัติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และพระราชกรณียกิจที่ทรงมีต่อโรงพยาบาลแมคคอร์มิค

"สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก" องค์บิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย ทรงเป็นโอรสองค์ที่ 69 ในพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์ที่ 7 ในสมเด็จพระศรีสวรินทรา พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงได้รับพระราชทาน นามว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดชฯ

ทรงศึกษาวิชาแพทย์จนสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาแพทยศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตเกียรตินิยม เมื่อปี ค.ศ.1928 จากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด สหรัฐ อเมริกาพระองค์จึงเสด็จกลับประเทศไทย โดยขณะนั้นทรงดำรงพระอิสริยยศสูงยิ่งเป็นสยามมกุฏราชกุมาร จึงทำให้พระองค์ไม่สามารถทรงงานด้านการ แพทย์ได้ดั่งพระประสงค์ในกรุงเทพฯ พระองค์จึงเสด็จมาทรงงานด้านการแพทย์ดังแพทย์ทั่วไปที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 25 เดือนเมษายน พ.ศ.2472 สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล อดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ ได้เสด็จมาถึงจังหวัดเชียงใหม่เวลา 18.30 น. โดย รถไฟ เทศาภิบาลมณฑลพายัพให้การรับเสด็จ พระองค์ทรงงานที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิคตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน ถึงวันที่ 16 พฤษภาคม รวมเวลาทั้งหมด 21 วัน ทรงปฏิบัติงานเยี่ยงแพทย์สามัญชน ทรงงานโดยเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาและพระกรุณาอย่างดีเยี่ยมต่อผู้ป่วยทุกคน ด้วยพระวิริยะอุตสาหะโดยไม่เลือก ชั้นวรรณะ เชื้อชาติ ศาสนา และด้วยพระกรุณาธิคุณ พระเมตตาคุณนี้ พสกนิกรได้พร้อมใจกันถวายพระสมัญญานามว่า "หมอเจ้าฟ้า"

พระองค์ได้เสด็จกลับกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ.1929 โดยจะเสด็จถวายพระเพลิงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช และตั้งพระทัยว่า เมื่อทรงเสร็จสิ้นพระราชภารกิจแล้ว จะเสด็จกลับมาทรงงานแพทย์ที่เชียงใหม่ต่อไป แต่สมเด็จพระบรม ราชชนกก็ไม่สามารถจะเสด็จกลับมาทรงงานแพทย์ดั่งพระทัยได้ เนื่องจากทรงพระประชวรและเสด็จทิวงคต เมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ.1929 อันเป็นวัน แห่งการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการแพทย์และการสาธารณสุขไทย

พระราชกรณียกิจที่ทรงมีต่อโรงพยาบาลแมคคอร์มิค

เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 13 มกราคม ค.ศ.1925 ทรงอุดหนุนทางการแพทย์ โดยพระองค์ทรงพระราชทานเงิน ส่วนพระองค์ ออกค่าเดินทางและเงินเดือนให้แก่คณะเพรสไบทีเรียนมิชชั่นที่สหรัฐอเมริกา จ้าง นพ.เฮนรี่ อาร์โอไบร์อัน (R.O. Brian) แพทย์ชาวอเมริกัน มาเป็นแพทย์ช่วยที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค 4 ปี เสด็จมาทรงงานแพทย์ที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิคตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน ค.ศ.1929 ถึงวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ.1929 ทรงปฏิบัติพระองค์เยี่ยงแพทย์ธรรมดาสามัญ ทรงรักษาผู้ป่วยทุกคน ไม่ว่าจะมีฐานะและความเป็นอยู่อย่างไร ดังเช่นพระราชกรณียกิจต่อไปนี้

- ทรงออกตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอก
- ทรงโปรดรักษาเด็ก และโรคประสาทต่างๆ ซึ่งทรงตรวจอย่างละเอียดละออ
- ทรงทำงานทางด้านห้องทดลองและชันสูตร อาทิ Blood Film, Blood grouping ทรงตรวจอุจจาระ ปัสสาวะ ด้วยพระองค์เอง
- ทรงออกตรวจที่แผนกผู้ป่วยใน ทั้งในเวลากลางวันและเวลากลางคืน
- ทรงเข้าร่วมในการผ่าตัดผู้ป่วย
- ทรงสละพระโลหิตของพระองค์ในการ Blood matching เพื่อช่วยชีวิตเด็กชายบุญยิ่งที่ถูกกระสุนปืนลั่นถูกที่แขน

พระราชกรณียกิจที่ทรงมีต่อโรงพยาบาลแมคคอร์มิค

ทรงพระราชทานเงิน 3,000 ดอลล่าร์ เพื่อซื้อเครื่อง x-ray ให้กับโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้เก็บไว้ ณ อาคารมหิดล และทรงปรารภว่า จะขยาย โรงพยาบาลให้กว้างขวางขึ้น ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันมากมายต่อพสกนิกรชาวเหนือนี้ พระองค์จึงได้รับขนานพระนามว่า "หมอเจ้าฟ้า"

มูลนิธิ อี ซี คอร์ต

ประวัติความเป็นมา

มูลนิธิ อี ซี คอร์ต ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2492 เพื่อเป็นการระลึกถึงนายแพทย์ เอ็ดวิน ซี คอร์ต และภรรยา ซึ่ง เป็นมิชชั่นนารีชาวอเมริกันผู้ได้ให้ความกรุณาเมตตาและเสียสละความสุขสบายอุทิศตนให้แก่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค ในการ นำแพทย์แผนใหม่สู่อาณาจักรล้านนา โดยท่านได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลแมคคอร์มิค ตั้งแต่ปี พ.ศ.2452 เป็นเวลากว่า 40 ปี ได้ช่วยเหลือประชาชนผู้เจ็บป่วยจำนวนมากให้พ้นความทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วย ได้สร้างชื่อเสียง เกียรติคุณในด้านการบริการทางการแพทย์และเป็นที่ยอมรับกว้างไกลทั่วประเทศไทย ก่อนที่ท่านจะกลับภูมิลำเนา ท่านได้ บริจาคเงินจำนวน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ซึ่งเป็นเงินตราขณะนั้นตั้งไว้เป็นทุนสำหรับเก็บผลประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ป่วย ยากไร้ของโรงพยาบาลแมคคอร์มิค มูลนิธิ อี ซี คอร์ต จึงได้ก่อกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดีของท่านทั้งสอง

วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ อี ซี คอร์ท

1. เพื่อเก็บผลประโยชน์จากทรัพย์สินของมูลนิธิฯ ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ในโรงพยาบาลแมคคอร์มิค เชียงใหม่
2. เพื่อสนับสนุนกิจการของโรงพยาบาลแมคคอร์มิค

ที่ตั้งของมูลนิธิ อี ซี คอร์ท

โรงพยาบาลแมคคอร์มิค เลขที่ 133 ถ.แก้วนวรัฐ ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000

รายชื่อคณะกรรมการดำเนินการ เมื่อเริ่มก่อตั้งมูลนิธิฯ มีคณะกรรมการ ดังนี้

1. นาย เค อี แวลส์
ประธานกรรมการ
2. นายแพทย์จินดา สิงหเนตร
กรรมการ
3. พระยาวิทยาศัย ธรรมวิศิษฐ์
กรรมการ
4. นายกี นิมมานเหมินทร์
กรรมการ
5. นายแพทย์ ซี แอล บิสเซล
กรรมการและผู้จัดการ
6. นายศิลา ชีวกานต์
กรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการชุดปัจจุบัน

1. นายแพทย์พิพัฒน์ ตรังรัฐพิทย์
ประธานกรรมการ
2. นายธีระพงศ์ ฉิมะวงษ์
กรรมการ
3. นายวิลเลียม โยเดอร์
กรรมการ
4. แพทย์หญิงอาริดา จันทร์แจ่ม
กรรมการ
5. นายแพทย์ทินกร สถิรแพทย์
กรรมการ
6. นางรุจิรา อินทรตุล
กรรมการ
7. นายชัชวาล ไชยเศรษฐ
กรรมการ
8. ดร.ปรารถนา ลังการ์พินธุ์
กรรมการและเหรัญญิก
9. นางศรีวิไล ปริ้นซ์
กรรมการและเลขานุการ

ในช่วงปี พ.ศ.2546 เป็นต้นมา คณะกรรมการได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ดังนี้

ปี พ.ศ.2546-2554
บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ จำนวนเงิน 2,035,733.73 บาท (สองล้านสามหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยสามสิบสามบาทเจ็ดสิบสามสตางค์)

ปี พ.ศ.2548
บริจาคเงินจำนวน 889,948 บาท (แปดแสนแปดหมื่นเก้าพันเก้าร้อยสี่สิบแปดบาทถ้วน) เพื่อซื้อเครื่องเตรียมชิ้นเนื้ออัตโนมัติและเครื่องหล่อบล็อกพาราฟิน สำหรับใช้ในห้องปฏิบัติการแผนกพยาธิวิทยา โรงพยาบาลแมคคอร์มิค

ปี พ.ศ.2551-2552
บริจาคเงิน 410,000 บาท (สี่แสนหนึ่งหมื่นบาทถ้วน) เพื่อซื้อเครื่อง EKG และซื้อกล้องส่องท่อน้ำดีให้แก่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค

ปี พ.ศ.2555-2556
- บริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ จำนวน 1,058,675 บาท (หนึ่งล้านห้าหมื่นแปดพันหกร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน)
- อนุมัติจ่ายเงินจำนวน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) เพื่อสนับสนุนโครงการธารพระพรสู่โรค Kawasaki

ปี พ.ศ.2557
บริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้โรงพยาบาลแมคคอร์มิค จำนวน 369,074 บาท (สามแสนหกหมื่นเก้าพันเจ็ดสิบสี่บาทถ้วน)

ปี พ.ศ.2558
บริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้โรงพยาบาลแมคคอร์มิค จำนวน 868,401 บาท (แปดแสนหกหมื่นแปดพันสี่ร้อยหนึ่งบาทถ้วน)

ปี พ.ศ.2559
- บริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ จำนวน 799,466 บาท (เจ็ดแสนเก้าหมื่นเก้าพันสี่ร้อยหกสิบหกบาทถ้วน)
- เพื่อสนับสนุนโครงการธารพระพรสู่โรค Kawasaki จำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)